สลด!! แม่19หลงสามีใหม่รู้จักผ่านเฟสบุ๊ค1เดือน … ยอมให้ฆ่าลูก


สุดสลด!! แบบนี้ไม่น่าเรียกตัวเองว่าแม่ ให้สามีใหม่ฆ่าลูกเลี้ยงวัยขวบเศษตายคามือ
รื่องราวหน้าเศร้านี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 เหตุเกิดขึ้นที่จังหวัดสระบุรี ผู้เป็นแม่ อายุ 19 ปีได้รู้จักกับสามีใหม่ชื่อนายอ๊อฟวัย23 ปีผ่านการเเชทเฟสบุ๊คเพียง 1 เดือนเท่านั้นแต่รู้สึกชอบพอกัน จึงหอบลูกน้อยวัยขวบเศษเพื่อเดินทางไปอยู่กับนายอ๊อฟ ที่ อ.พระพุทธบาท จ. สระบุรี ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน นายออ๊ฟทำร้ายลูกของตนเป็นประจำ ถ้าตนเข้าไปห้ามก็จะโดนด้่วยเหมือนกันจึงปล่อยเลยตามเลย




วันเกดิเหตุ ลูกร้องหิวนมตนจึงออกไปซื้อนม โดยทิ้งลูกไว้กับนายอ๊อฟไม่คิดเฉลียวใจแต่อย่างใด พอกลับมาถึงบ้าน พบลูกกลายเป็นศพไปแล้ว นายออฟบังคับใวห้ตนอุ้มศพเด็กนั่งซ้อนรถมอร์เตอร์ไซด์ไปทิ้งกลางป่า 

ตนจำใจต้องยอมทำตามเนื่องจากกลัวถูกนายอ๊อฟทำร้าย หลังจากทิ้งศพลูกแล้ว ตนจึงได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ของตนว่า( ยาย) นายออ๊ฟได้ฆ่าลูกของตนเองตายแล้วทิ้งศพไว้ที่กลางป่า

 หลังจากนั้นนายอ๊อฟยึดโทรศัพท์ไว้ไม่สามารถติดต่อใครได้เลย





หลังจากนั้นยายของเด็กจึงได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศราวุทธ สาลีพันธ์ ร้อยเวร ว่าลูกสาวอายุ 19 ปี ได้หนีออกจากบ้านไปได้ประมาณ 1 เดือน โดยหอบเอาลูกติดไปด้วย จนในวันที่ 23 มิ.ย.58 ลูกสาวตนได้โทรศัพท์มาบอกตนว่า นายอ๊อฟ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี สามีใหม่ได้ฆ่าลูก คือน้องบุ๋มตายแล้ว ตอนนี้อยู่ที่มวกเหล็ก หลังจากนั้นสัญญาณโทรศัพท์ก็ขาดหายไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันออกตามหาศพ พบว่าสภาพศพถูกสัตว์แทะ แยกชิ้นส่วนกันอย่างน่าเวทนา จึงได้ร่วสมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสระบุรทำการชันสูตรศพตามขั้นตอน

คนดังแหวกอึ๋ม!! เปิดศึก “ใหญ่ฟัดใหญ่”

ผยแพร่เมื่อ 1 ก.ค. 2015
รวมเด็ดสาวเซ็กซี สีสันงานประกาศผลรางวัล “สยามดารา สตาร์ อวอร์ด 2015” แอบส่องยานแม่ “ควักอึ๋ม” เปิดศึกฟาดเต้า “เปิ้ล ไอริณ” ห่อแค่นมชุดหายไปทั้งแถบ “แอนน์ วราภรณ์” ใหญ่จนมะละกอยังเรียกพี่ “กระต่าย” ก็ยังเด็ด ชุดหวานแหววแต่อวดนมกลมบ๊อก พร้อมแฟชั่นแรงๆ นมไหลทะลัก

ดูกันให้ตาแตก! คนดังแหวกอึ๋ม เปิดศึก “ใหญ่ฟัดใหญ่”



SCB ที่รัก!! พนักงานแห่โพสต์ภาพชื่อมหาลัย หวังช่วยเคลียร์ปมดราม่าสถาบัน

ไม่จบลงง่ายๆ เสียแล้ว สำหรับประเด็นดราม่าสถาบันศึกษากับธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มุมสีม่วงขยับตัวทีไรยิ่งเหมือนเติมเชื่อไฟให้ลุกลาม เมื่อล่าสุด ได้โพสต์ระบุตัวเลขข้อมูลพนักงานใหม่ 4,000 คนที่เข้ามาทำงานในช่วง 2 ปีหลัง ทางบริษัทได้รับสมัครจากหลายสถาบันทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกลบกระแสวิจารณ์ จากกรณีการแชร์ภาพประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินฝึกหัด แต่มีการระบุรายชื่อมหาวิทยาลัยชัดเจน จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ในเวลาต่อมา



ซึ่งทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้ออกมาประกาศขออภัย พร้อมชี้แจงว่า มีการผิดพลาดในการสื่อสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องการรับนิสิตนักศึกษาเข้าทำงาน ล่าสุด นอกจากโพสต์ระบุลิสท์รายชื่อสถาบันของพนักงานใหม่ 4,000 คน แล้ว ยังมีการแชร์ภาพการรวมพลังของพนักงาน SCB ที่พร้อมใจกันถ่ายภาพหมู่ และระบุสถาบันที่ตัวเองจบมา เพื่อเป็นการช่วยยืนยันอีกเสียงว่า ทางธนาคารไทยพาณิชย์รับพนักงานจากทุกสถาบันจริงๆ พร้อมกับบอกสาขาที่พนักงานกลุ่มนั้นๆ ทำงานอยู่ และตัวหนังสือที่เขียนชัดเจนว่า "We love SCB" ซึ่งภาพดังกล่าวถูกโพสต์อยู่ในแฟนเพจ SCB จำนวนมาก จากพนักงานของธนาคารแต่ละสาขาทั่วประเทศ






สุดสลด!! อดีตหญิงบำเรอกามคับแค้นชีวิตนรกถูกทหารญี่ปุ่น 50 นายขืนใจทุกวัน-ทุกวันนี้อยากตาย

สำนักข่าวต่างประเทศเดลี เมล์ รายงานว่า นางลี อ๊ก ซอน อดีตหญิงบำเรอกองทัพหรือ "Comfort Woman" ชาวเกาหลีใต้ วัย 87 ปี

ได้ออกมาฟ้องร้องรัฐบาลญี่ปุ่นและเรียกเงินชดเชยจำนวน16ล้านยูโร หรือราว 604 ล้านบาทสำหรับความทุกข์ทรมานที่ได้รับจากการถูกบังคับให้เป็นหญิงบำเรอของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่2ภายหลังที่ญี่ปุ่นออกมากล่าวว่าผู้หญิงพวกนี้ไม่ได้ถูกบังคับและขายร่างกายของพวกเธอเองเพื่อเงินนอกจากนี้อดีตหญิงบำเรอคนอื่น ๆอีก 11 คนก็ออกมาร่วมฟ้องเรียกเงินชดเชยเป็นเงิน 1.3 ล้านยูโรอีกด้วย

รายงานระบุว่า นางลี อ๊ก ซอน ได้เล่าถึงอดีตของเธอว่า เธอถูกฉุดและถูกบังคับให้เป็นหญิงบำเรอกองทัพเมื่อตอนอายุ 15 ปี 


โดยถูกคุมตัวให้อยู่ในค่ายทหารที่เมืองเยี่ยนจิง ประเทศจีน ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนเกาหลีเหนือ ซึ่งที่นั่นนางลีได้พบกับเด็กสาวมากๆมายที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและถูกทารุณกรรม โดยนางลีต้องรับใช้ทหารญี่ปุ่นถึง 50 นายต่อวันเป็นเวลาถึง  3 ปี เธอกล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมากและลำบากมากๆที่ต้องยืนหยัดมีชีวิตอยู่ ขณะที่หลายต่อหลายคนฆ่าตัวตายทั้งกระโดดน้ำตายและไปที่ภูเขาเพื่อแขวนคอ"

นอกจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้วนางลียังเล่าว่าเธอยังโดนทหารญี่ปุ่นตบตีโดยเธอกล่าวว่า

"พวกเขาบอกกับฉันว่าฉันเป็นผู้หญิงอวดดีและเขาก็จะฆ่าฉันพวกเขาตบ เตะ และทุบตีฉัน ยิ่งเป็นทหารยศสูงเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งอำมหิตมากเท่านั้น" โดยครั้งหนึ่งนางลีเคยพยายามที่จะหนีออกจากค่าย แต่เธอถูกจับได้และผู้คุมค่ายก็ใช้มีดฟันที่แขนของเธอ ซึ่งได้กลายเป็นแผลเป็นติดตัว

นอกจากนี้ การถูกทารุณที่ค่ายนั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพของเธอไปทั้งชีวิต โดยเธอสูญเสียประสาทการรับรู้ต่างๆและยังไม่สามารถมีลูกได้อีกด้วย เธอกล่าวว่า"ฉันสูญเสียการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงฟันที่หลุดออกไปตอนโดนซ้อม" ปัจจุบัน ลีอาศัยอยู่ใน"บ้านแห่งการแบ่งปัน" หรือ "House of Sharing" ซึ่งเป็นศูนย์พิเศษสำหรับหญิงบำเรอทหารที่รอดชีวิต 
รายงานระบุว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาหลังสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นได้ออกมาตระหนักถึงความทุกข์ทรมานของผู้หญิงกลุ่มนี้ และในปี 1993 เลขานุการหัวหน้าคณะรัฐมนตรี นายโยเฮอิ โคโน ได้แถลงการณ์ขออภัยสำหรับความทุกข์ทรมานและบาดแผลทางใจที่พวกเธอได้รับ

แต่เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลชินโซ อาเบะ กล่าวว่าพวกเขาจะพิจารณาการแถลงการขออภัยใหม่ โดยชี้ว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับตัวหญิงสาวและบังคับให้เป็นหญิงรับใช้ในค่าย อีกทั้งยังอ้างว่าเงินชดเชยนั้นถูกจ่ายให้เกาหลีใต้ไปแล้วในปี1965 โดยเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลี แต่เกาหลีใช้เงินส่วนใหญ่ที่ได้รับไปในโครงการขั้นพื้นฐานต่างๆมากกว่าให้เป็นเงินชดเชยแก่หญิงบำเรอที่รอดชีวิต

โดยนางยูฮีนัมวัย88 ปี อดีตหญิงบำเรออีกคนหนึ่งที่อาศัยในบ้านแห่งการแบ่งปันได้ออกมาวิพากษ์ทัศนคติของญี่ปุ่นที่มีต่ออดีตหญิงบำเรอเธอกล่าวว่า"อาเบะไม่ได้ตระหนักเลยว่าพวกเราถูกบังคับให้มาเป็นทาสกามเขาบอกว่าพวกเราได้เงินและทำอย่างเต็มใจพวกเราโกรธมากจริงๆ คำพูดของเรากลายเป็นคำโกหกเพราะพวกเขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลย ดังนั้น เราจะทำการฟ้องร้อง"

นอกจากนี้ นางยูยังได้เล่าประสบการณ์อันเศร้าสลดเธออีกว่า "มันเป็นเรื่องเจ็บปวดใจมากจริงๆ พวกเขาทุบตีเรา มันน่าอนาถใจมาก ผู้หญิงเกาหลีได้รับการปฏิบัติเหมือนพวกเราไม่ใช่มนุษย์ พวกเขาปฏิบัติกับเราเหมือนเราเป็นเพียงสุนัข" เช่นเดียวกับหญิงคนอื่นๆ ยูปกปิดอดีตอันน่าอับอายของเธอกับครอบครัว แต่หลังที่เธอได้พูดความจริงออกไปแล้ว เธอกล่าวว่า "ลูกๆของฉันบอกว่าพวกเขารู้สึกอับอาย ดังนั้น ตอนนี้ฉันอยากจะตายๆไปเร็วๆ"

ทั้งนี้ เวลาสำหรับอดีตหญิงรับใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จะเรียกร้องความยุติธรรมกำลังจะหมดไป เพราะตอนนี้มีเพียง 49 คนที่รอดชีวิตเท่านั้น และอายุเฉลี่ยของพวกเธอนั้นก็เกือบๆ 90 ปี ดังนั้น เวลาของพวกเธอจึงเหลือน้อยเต็มที